fbpx

ข้อมูลเรียนต่ออังกฤษ

114

ข้อมูลทั่วไปของประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom)

สถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่
31 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330
โทร : 0-2305-8333
โทรสาร : 0-2254-9579

ประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom) หรือที่รู้จักกันดีในนามของประเทศอังกฤษ เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศสวยงาม เป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้าน อุตสาหกรรม การศึกษา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ ศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่ลงตัว รวมทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญในด้านต่างๆ อีกด้วย ระบบการปกครองของประเทศอังกฤษ เป็นแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ซึ่งมีพระบรมราชินีนาถอลิฐาเบธที่ 2 เป็นประมุขของประเทศ

ค่าเงินของประเทศสหราชอาณาจักร โดยประมาณ 1GBP = 47-50  บาท

ภูมิประเทศ

ประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom) พื้นที่ของประเทศประกอบไปด้วยพื้นที่เกาะ 2 ส่วนใหญ่ คือ เกาะใหญ่ (Great Britain) ซึ่งหมายถึงเกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ (England) เวลส์ (wales) และสก็อตแลนด์ (Scotland) ไว้ด้วยกัน และ เกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีเมืองลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงของประเทศสหราชอาณาจักร

 

 
เมืองสำคัญ

เมืองขนาดใหญ่และเป็นเมืองที่มีความสำคัญของสหราชอาณาจักร คือ

– กรุงลอนดอน (London) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหราชอาณาจักร
– เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge)
– เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด(Oxford),
– เมืองแคนเทอร์เบอร์รี่ (Canterbury),
– เมืองบริสโทล (Bristol), เมืองบอร์นมัธ (Bournement)
– เมืองบาธ (Bath)
– เมืองเบอร์มิ่งแฮม (Birmingham)
– เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester)
– เมืองไบร์ทตันและโฮพว์ (Brighton and Hove)
 

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิประเทศของประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงมาก จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาว มีความชื้นสูง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่น และน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง อากาศทางตอนเหนือจะสูงกว่าอากาศทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตก มากกว่าทางภาคตะวันออก อุณหภูมิโดยเฉลี่ยต่ำสุด ในเดือนมกราคม ประมาณ 5 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ประมาณ 18 องศาเซลเซียส

ประเทศอังกฤษ มี 4 ฤดูกาลดังนี้
– ฤดูหนาว (Winter) ธันวาคม – กุมภาพันธ์
– ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) มีนาคม – พฤษภาคม
– ฤดูร้อน (Summer) มิถุนายน – สิงหาคม
– ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) กันยายน – พฤศจิกายน

เวลา

ประเทศอังกฤษเป็นที่ตั้งของเส้นแบ่งเขตเวลาของโลก (GMT – Greenwich Mean Time) ดังนั้นประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก จึงมีเวลาที่เร็วกว่า โดยเร็วกว่าประมาณ 6 ชั่วโมง (ในช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม) หรือ 7 ชั่วโมง (ในช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนมีนาคม)

 

การใช้ชีวิต

 

เงินตรา

เงินตรา สหราชอาณาจักรใช้สกุลเงิน ปอนด์ (Pound) เป็นหน่วยเงินประจำประเทศ สกุลเงินแบ่งออกเป็นธนบัตรทั้งหมด 4 ชนิด คือ ธนบัตรใบละ 5,10, 20 และ 50 ส่วนเหรียญแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือ 2 และ 1 ปอนด์ และ 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนนี


ร้านค้า

ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.30น. สำหรับบางห้างอาจเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ด้วย


ไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศคือระบบ 240 V. AC 50 Hz เหมือนประเทศไทย แตกต่างกันในลักษณะของปลั๊กไฟ ซึ่งจะเป็นปลั๊กไฟฟ้าแบบ 3 ขา


ประปา

น้ำประปาสะอาดสามารถใช้สำหรับดื่มได้


โทรศัพท์

โทรศัพท์สาธารณะมี 2 แบบ คือ แบหยอดเหรียญ และแบบใช้บัตรโทรศัพท์ ซึ่งสามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ ที่ทำการไปรษณีย์และร้านค้าที่มีป้าย Phonecard ซึ่งมีราคาตั้งแต่ UKP 2, UKP5, UKP10 และ UKP 20ให้เลือก หากต้องการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในราคาถูก ควรสอบถามเพิ่มเติมจากร้านค้า หรือใช้บริการ Swiftcall โดยการขอซื้อรหัสที่เรียกว่า pin ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านขายหนังสือพิมพ์ทั่วไป


รถไฟ

ระบบขนส่งมวลชนที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ รถไฟ เพราะสะดวก และมีเครือข่ายเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกันกระจายทั่วประเทศ เส้นทางเดินรถไฟสายหลักจะเริ่มจากกรุงลอนดอน และเชื่อมต่อไปถึงเมืองใหญ่ ๆ ทุกแห่ง รวมทั้งเมืองเล็ก ๆ บางแห่ง การให้บริการแม่นยำ ตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเป็นไปตามเวลานัดหมาย นักเรียนนักศึกษามีสิทธิ์ขอทำบัตร Rail Card ประเภทนักเรียนเพื่อรับส่วนลด

การประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ

นักศึกษาต่างชาติควรทำประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุ ในขณะศึกษาที่สหราชอาณาจักร เพราะระบบการรักษาพยาบาลฟรีที่เรียกว่า โครงการบริการสาธารณสุขแห่งชาติ NHS (National Health Service) ให้บริการฟรีเฉพาะการตรวจรักษาพยาบาลเบื้องต้น เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ไม่รวมการเจ็บป่วยที่ต้องมีการผ่าตัด นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีความประสงค์ขอใช้บริการรักษาสุขภาพฟรีของ NHS สามารถทำได้ โดยขอให้ทางสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินเรื่องสมัครให้

 

ระบบการศึกษาของประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom)

ระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษและเครือจักรภพแบ่ง เป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับ อาชีวศึกษา และระดับ
ปริญญา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้ง แต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 95% จะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาล ส่วนผู้ปกครองที่มีฐานะดี และมีรสนิยมสูง มักจะเลือกส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน โดยนักเรียนจากประเทศไทย มีสิทธิเรียนในโรงเรียน
ของเอกชน เท่านั้น

ระดับประถมศึกษา

รับนักเรียนอายุ 5-13 ปี การสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะทางตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถ ตามความเจริญเติบโตตามวัยของเด็ก
ระดับเตรียมประถม Pre-Preparatory School รับเด็กอายุ 5-7 ปี
ระดับประถม Preparatory School รับเด็กอายุ 8-13 ปี การเรียนระดับนี้จะมุ่งเน้นเตรียมนักเรียนเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อก้าวเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยม

ระดับมัธยมศึกษา

Public School หมายถึง โรงเรียนมัธยมของเอกชน รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อ โรงเรียนมัธยมเอกชนส่วนมาก เป็นมูลนิธิหรือเป็นสถานประกอบการที่มิได้หวังผลกำไร โดยรายได้ของโรงเรียนมาจากค่าธรรมเนียมการเรียน และเงินบริจาค จึงมีความเป็นอิสระในการ ตัดสินว่าสิ่งใดจะเป็นประโยชน์ทางการสูงสุดแก่นักเรียน โรงเรียนประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน หรือสหศึกษา ทั้งแบบประจำและไปกลับ มีบางแห่งที่เปิดสอนเฉพาะนักเรียน ที่มีพรสวรรค์พิเศษเช่น ทางกีฬาและดนตรีด้วย แต่ข้อดีของ การศึกษาในโรงเรียนเอกชนคือ การจัดชั้นเรียนจะเล็กกว่าโรงเรียนรัฐบาล จึงทำให้ครูผู้ ดูแล เอาใจใส่นักเรียนได้อย่างใกล้ชิดโรงเรียนจะพัฒนานักเรียนแต่ละคนให้สามารถแสดงถึง การมีศักยภาพสูงสุดที่มีอยู่ให้ปรากฏเด่นชัด เน้นหนักทางด้านงานวิชาการและความมั่นใจในการเข้า วางตัวในสังคม โรงเรียนพร้อมที่จะเป็นผู้นำ ในการพัฒนาสิ่งแปลกใหม่ใน วงการการศึกษา และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย โดยครูผู้สอนได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างดี สนับสนุนกิจกรรมทางด้านกีฬาหลายประเภท เช่น รักบี้ ฟุตบอล ฮอคกี้ ว่ายน้ำ พายเรือ ขี่ม้า เรือใบ กอล์ฟ และอื่นๆ เป็นต้น เน้นพัฒนาความสามารถในการรู้จักพึ่งตนเอง การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การประสานงาน และการทำงานโดยพร้อมเพรียงกัน ฝึกให้นักเรียนเป็นผู้รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีวินัย ซื่อสัตย์ และมีระเบียบเคร่งครัดเป็นสำคัญ

ระบบโรงเรียนประจำในอังกฤษ นักเรียนที่มีอายุน้อยจะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด และจะถูกฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบ ในการทำประโยชน์ให้กับหอพัก ส่วนนักเรียนที่มีอายุมากกว่า จะได้รับการฝึกฝนให้เป็นผู้นำด้วยการได้รับสิทธิพิเศษและมีความเป็นอิสระมากขึ้น ในระดับมัธยมศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษกำหนดให้มีการสอบวัดผลความรู้และความ สามารถของเด็ก การสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระ ซึ่งมี 5 คณะ ผลการสอบดังกล่าวจะนำไปใช้ในการสมัครเข้าในระดับ อุดมศึกษาต่อไป การสอบนี้มี 2 ประเภท คือ

1. GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้ จะสอบเมื่อเด็กมีอายุ ประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนเลือกสอบประมาณ 8-12 วิชา เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษา อังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้รับวุฒิบัตรสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ “A” Level ได้หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี
2. GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบวัดผล ความสามารถทางวิชาการของเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือก 50 กว่าวิชา ส่วนใหญ่จะสอบ 2-3 วิชาที่มีความสัมพันธ์กันคือ ทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanity ผลการสอบมี 5 ระดับคือ A, B, C, D, E แต่ Grade ที่ได้ทั้ง 5 ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่พิจารณารับผู้มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไปบางแห่งอาจรับเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B ผลสอบ GCE “A” Level นี้จะเป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใช้ในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โดยกำหนดดังนี้ แบบ 5 วิชานักเรียนจะต้องมีคะแนนสอบ GCSE 3 วิชา และ GCE “A” Level 2 วิชา แบบ 4 วิชานักเรียนจะต้องมีคะแนนสอบ GCSE 1 วิชา และ GCE “A” Level 3 วิชา การสอบ GCSE, GCE “A” Level จะสอบประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม

 

ระดับอาชีวะศึกษา

 เป็นการศึกษาที่จัดขึ้น เพื่อให้นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีไปแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อ ระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการจะมีคุณวุฒิ ทางวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบสายอาชีพ นอกจากนี้ยังเปิดสอนวิชาสามัญคือ GCSE และ GCE “A” Level สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษา มีทั้งของรัฐบาลและเอกชน

1. สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐบาล มีประมาณ 500 กว่าแห่ง หลักสูตรที่จัดสอนได้แก่ วิชาบริหารธุรกิจ การโรงแรม วิศวกรรม- ศาสตร์ ช่างเทคนิค การเกษตร ฯลฯ สถาบันการศึกษาของ รัฐบาล ได้แก่

– College of Further Education
– College of Education
– Technical College
– College of Technology
– College of Art
– College of Commerce
– Agricultural College

ในอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้วุฒิบัตร จาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสก๊อตแลนด์ได้วุฒิบัตรจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

First Certificate/Diploma (FC/FD) เป็นการศึกษาในระดับที่ต้องการจะช่วยเหลือ ผู้ที่จบการศึกษา จากโรงเรียน (อายุเกิน 16 ปี) โดยได้รับประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรือไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะหางานทำในสายวิชาชีพต่างๆ หลักสูตรการศึกษา 1 ปี เมื่อจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับสูงขึ้นได้อีก
National Certificate/Diploma (NC/ND)เป็นการศึกษาในสายวิชาชีพที่มีคุณวุฒิสูงขึ้นจาก FC/FD ใช้เวลาเรียน 2 ปี โดยรับผู้มีคุณวุฒิ FC/FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบระดับ NC/ND นี้ นอกจากมีวุฒิบัตรวิชาชีพแล้ว ยังเทียบได้เท่ากับ GCE “A” level ด้วย ซึ่งหากได้คะแนนดีมาก สามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้
Higher National Certificate Diploma (HNC/HND)เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา หลักสูตร 2 ปี ซึ่งถือว่าระดับนี้เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ด้วยเช่นกัน รับผู้ที่จบการศึกษา NC/ND หรือ ผู้มีคุณวุฒิ GCSE 3 วิชา + GCE “A” level 1 วิชา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้ถือว่า ได้มีคุณวุฒิสูงกว่าอนุปริญญาของไทย แต่ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 ชั้น นอกจากนี้ หากประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้ โดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี แต่ทั้งนี้ผลการเรียนต้องดีเด่น
2. สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน ส่วนใหญ่มอบเพียง ประกาศนียบัตร ดังนั้นสำหรับสถานศึกษาเอกชนจึงควรเลือก สถานศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจาก The British Accredition Council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็น หลักประกันว่ามีมาตรฐานการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้สถาบัน อาชีวศึกษาของเอกชน ได้แก่

Tutorial College เป็นสถานศึกษาที่เรียนเน้นหนักเฉพาะวิชาที่สอบ GCSE และ GEC “A” level ลักษณะของโรงเรียน เป็นทำนองเดียวกับโรงเรียนกวดวิชาของไทย โดยสอนนักเรียนเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล ห้องเรียนจำกัดนักเรียน ดังนั้นนักเรียนจะมีโอกาสใกล้ชิดกับครู สามารถซักถามข้อสงสัย เป็นการส่วนตัวจากครู และไม่ต้องเสียเวลาเรียนวิชาอื่น ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยปกติใช้เวลาเรียน 2 ปี ก็สามารถสอบ GCSE และ GCE “A” level ได้ นอกจากนี้สถานศึกษาบางแห่ง อาจมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ เลขานุการ
College หรือ College of Higher Education เป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนที่เปิดสอนสาขาวิชาต่างๆ เช่น บริหารธุรกิจ บัญชี คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งให้คุณวุฒิประกาศนียบัตร BTEC First หรือ National หรือ Higher National Diploma (FD/ND/HND)
Secretarial Collegeสอนวิชาเลขานุการ พิมพ์ดีด ธุรกิจ ชวเลข และงานทั่วไปเกี่ยวกับสำนักงาน เพื่อรับประกาศนียบัตรของโรงเรียนเอง หรือของ Pitman หรือ London Chamber of Commerce หลักสูตรทั่วไปใช้เวลา 1 ปี บางแห่งมีหลักสูตรเร่งรัดใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี หรือ 2 ปี รัฐบาลอังกฤษไม่มีระบบรับรองวิทยฐานะของสถานศึกษาเหล่านี้ แต่ทางสถานศึกษาก็พยายามจัดหลักสูตรการสอน เพื่อให้นักเรียนไปสอบประกาศนียบัตรของสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ

                         ระดับอุดมศึกษา

ได้แก่การศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมีประมาณกว่า 100 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น                                  University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียว (Polytechnic ในสหราชอาณาจักรขณะนี้ ได้ยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมอยู่ใน 80 แห่งดังกล่าว                           แล้ว) สำหรับ College of Higher Education มีประมาณ 243 แห่ง หลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น

1. ปริญญาตรี

BTEC HNC/HND หรือ Diploma of Higher Education (Dip.HE)

หลักสูตร 2 ปี ส่วนใหญ่เปิดสอนใน College of Higher Education และอาจมีในมหาวิทยาลัยบางแห่ง รับจากผู้ที่สอบ “A” Level อย่างน้อย 1 วิชา หรือสำเร็จการศึกษาระดับ National Diploma วิธีการสมัคร ต้องสมัครผ่าน UCAS เช่นเดียวกับปริญญาตรี

First Degree (Bachelors Degree)

หลักสูตรส่วนใหญ่ 3 ปี ยกเว้นบางสาขาเช่น วิศวกรรมศาสตร์ (4 ปี) สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5 ปี) ทันตแพทย์ (5 ปี) สัตวแพทย์ (5 ปี) แพทย์ (6 ปี)ปริญญาที่ให้ได้แก่ Bachelor of Arts (BA), Bachelor of Sciences (B.Sc), Bachelor of Education (B.Ed.), Bachelor of Engineering (B.Eng.)

การสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี

General Requirement (คุณสมบัติทั่วไป) คือ ได้รับ ประกาศนียบัตร GCSE และ GCE “A” Level ในรูปแบบใด แบบหนึ่ง ดังต่อไปนี้ แบบ 5 วิชา GCSE 3 วิชา + “A” level 2 วิชา แบบ 4 วิชา GCSE 1 วิชา + “A” level 3 วิชา
Course Requirement เป็นการกำหนดคุณสมบัติให้แคบลง สำหรับผู้จะสมัครในสาขาวิชาต่างๆ เช่น จะสมัครเข้าเรียนในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จะกำหนดว่าจะต้องสอบ A-Level วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และ GCSE วิชาภาษาอังกฤษในการสมัครเข้าศึกษาวิชาเดียวกัน แต่ต่างมหาวิทยาลัย ก็อาจจะกำหนดคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกัน
อายุของผู้สมัคร ในบางสถาบันจะกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้สมัคร โดยปกติจะกำหนดไว้อย่างต่ำ 17 ปี บางแห่งอาจกำหนด 18 ปี

 

2.

สูงกว่าปริญญาตร

การศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีมี 3 ระดับ

Post – Graduate Certificate Diploma หลักสูตร 9 เดือน ถึง 1 ปี รับผู้สำเร็จปริญญาตรี
Master Degree หลักสูตร 1-2 ปี รับผู้สำเร็จ ปริญญาตรี ทีมีผลการเรียนดี ปริญญาที่ให้ได้แก่ M.Sc., M.A., M.BA., M.Phil (มหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งรับปริญญาตรี เกียรตินิยม)
Doctoral Degreeหลักสูตรการทำวิจัยใช้เวลา 3 ปี ปริญญาที่ให้คือ Doctor of Philosophy (Ph.D./D.Phil) มหาวิทยาลัยส่วนมากรับผู้ผ่านการศึกษาหลักสูตร M.Phil

การสมัครระดับPost-Graduate Course ระดับนี้นักศึกษาต้องสมัครโดยตรงไปยังมหาวิทยาลัยที่สนใจ ซึ่งปกติ จะเปิดรับสมัครเพียงปีละ 1 ครั้ง และไม่มีกำหนดวันเปิดรับสมัคร ยิ่งสมัครเร็วเท่าใด ก็จะมีโอกาสได้รับการตอบรับมากขึ้น จึงควรสมัครล่วงหน้า ก่อนเปิดภาคเรียน (เดือน ตุลาคมของทุกปี) ประมาณ 6-12 เดือน

 

ปีการศึกษา

ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในประเทศอังกฤษ เริ่มต้นภาคแรกในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือน ตุลาคมของปีหนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ

ภาคต้น Autumn Term ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม
ภาคกลาง Spring Term ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนมีนาคม
ภาคปลาย Summer Term ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม

สำหรับการรับนักศึกษาใหม่ของสถาบันการศึกษาของรัฐ ในทุกระดับนั้นจะรับเฉพาะในภาคต้น (Autumn Term) เท่านั้น ยกเว้นในหลักสูตรสูงกว่าปริญญาตรี ถ้าเป็นหลักสูตรที่ศึกษาโดยการทำการวิจัย (by research) ก็อาจรับเข้าศึกษาในภาคการศึกษาอื่นๆ ได้ด้วย

ค่าครองชีพ

 

อัตราค่าครองชีพของแต่ละเมือง ย่อมมีความแตกต่างกันไป ทั้งยังขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้จ่าย การใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วย โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน จะตกอยู่ในช่วง £550 – £ 700


ค่าเล่าเรียน

ระดับ

ค่าเล่าเรียนต่อปี £

หลักสูตรภาษาอังกฤษ

3,500-5,000

มัธยมศึกษา

5,000-12,000

หลักสูตรอาชีวศึกษา และฝึกอบรม

3,500-6,300

หลักสูตรปีพื้นฐาน

5,000-8,600

หลักสูตรปริญญาตรี

5,000-8,600

หลักสูตรสูงกว่าปริญญาตรี

5,500-13,500

 


ที่พักอาศัย

โดยทั่วไป สถานศึกษาให้คำแนะนำเรื่องที่พัก หรือช่วยดำเนินการจัดหาที่พักให้นักเรียนต่างชาติ ดังนั้น ควรเลือกที่พักที่เหมาะกับความต้องการของตนเองให้มากที่สุด ลักษณะของที่พักมีหลายประเภทให้เลือก

Family การพักกับครอบครัวชาวอังกฤษเหมาะสำหรับนักเรียนที่มีอายุน้อย เพราะนักเรียนต้องทำตัวเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว นักเรียนจะมีห้องพักเป็นของตนเอง แต่ใช้ห้องน้ำรวมกับสมาชิกในครอบครัว และต้องการคนดูแลบ้าน จัดซักเสื้อผ้าให้ นักเรียนจะรับประทานอาหารมื้อเย็นพร้อมเจ้าของบ้าน ทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนภาษา และเรียนรู้วัฒนธรรมในครอบครัวแบบอังกฤษ แต่ละครอบครัวจะมีกฎข้อบังคับ ซึ่งนักเรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น การพาเพื่อนมาที่บ้าน กลับบ้านให้ทันเวลาอาหารเย็น ถ้าไม่ทันต้องโทรมาแจ้งล่วงหน้า หรือการไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น
Lodging นักเรียนจะมีห้องพักเป็นส่วนตัว ค่อนข้างอิสระ ลักษณะเหมือนห้องแบ่งเช่า นักเรียนต้องจัดหาอาหารรับประทานอาหารเอง หรืออาจรับประทานร่วมกับเจ้าของบ้าน แล้วแต่จะตกลงกัน
หอพัก หอพักในมหาวิทยาลัยเลือกได้ 2 แบบ คือ ห้องเดี่ยว และ ห้องคู่ มี 2 ประเภท คือ หอพักแบบพร้อมอาหาร หรือ แบบปรุงอาหารทานเอง โดยภายในหอพักจะมีตู้เย็น และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปรุงอาหาร ให้นักศึกษาสามารถปรุงอาหารรับประทานเองได้ โดยใช้ร่วมกันกับเพื่อนที่พักในชั้นเดียวกัน ลักษณะห้องนอนจะมีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ และตู้ใส่เสื้อผ้า ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม และทุกชั้นจะมีห้อง Common Room หรือห้องนั่งเล่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวก

 

คุณจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนที่จะไปเริ่มต้นการเรียนที่สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักรใช้ระบบ points-based system เพื่อประเมินนักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ต้องการเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร โดยพิจารณาจากหลักฐานที่แสดงว่าคุณได้รับการตอบรับเข้าเรียนในหลักสูตรหนึ่ง ๆ และมีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร ก่อนที่จะขอวีซ่า ‘ 

วีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้อยู่กลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

• วีซ่านักเรียนทั่วไป (Adult student หรือ general student)

• วีซ่านักเรียนสำหรับเด็ก (Child student) (สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4-17 ปีที่จะมาเรียนที่โรงเรียนเอกชนหรือเรียนในวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตร further education โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนสำหรับเด็กที่เว็บไซต์ของ UK Border Agency (UKBA) (http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/studyingintheuk/child-students/)

การขอวีซ่านักเรียนทั่วไป หากคุณมาเรียนต่อที่สหราชอาณาจักรเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน คุณจะต้องผ่านการประเมินให้คะแนน โดยคุณจะต้องได้คะแนนครบ 40 คะแนนก่อนจึงจะสามารถเดินทางไปสหราชอาณาจักรได้ รายละเอียดคะแนนมีดังนี้

• 30 คะแนน สำหรับจดหมายสำหรับยื่นขอวีซ่าจากสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักร จดหมายสำหรับยื่นขอวีซ่าจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณเอง สถาบันการศึกษาที่คุณจะเรียนในสหราชอาณาจักร หลักสูตรที่คุณจะเรียน และสถานะทางการเงินของคุณ

• 10 คะแนน สำหรับการแสดงหลักฐานว่าคุณมีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ในแต่ละเดือนเป็นเวลาอย่างน้อย 9 เดือน ในกรณีที่คุณแสดงเอกสารแสดงสถานภาพทางการเงิน (bank statement) เอกสารดังกล่าวจะต้องแสดงว่าคุณมีเงินคงบัญชีมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 28 วัน จดหมายสำหรับยื่นขอวีซ่าเป็นจดหมายอย่างเป็นทางการที่ออกโดยสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักรที่คุณต้องการไปเรียน ซึ่งทางสถาบันการศึกษาจะจัดเตรียมจดหมายให้กับคุณ โปรดอ่านรายละเอียดข้อมูลที่ต้องระบุไว้ในจดหมายขอวีซ่าที่เว็บไซต์ของ UKBA (http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/studyingintheuk/quickguideforstudent/adultstudents/visaletterforadultstudents/) คุณจะได้รับคะแนน 10 คะแนนเมื่อคุณแสดงหลักฐานว่าคุณมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายดังรายการต่อไปนี้ ระยะเวลาของหลักสูตร | สถานที่เรียน | ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องมี ไม่เกิน 9 เดือน | ในลอนดอน | ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน + เงินค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นจำนวน 800 ปอนด์ อย่างน้อย 9 เดือน เกินกว่า 9 เดือน | ในลอนดอน | ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก + เงินค่าใช้จ่ายจำนวน 7,200 ปอนด์สำหรับการใช้จ่ายตลอดปีการศึกษาในสหราชอาณาจักร (ซึ่งมีระยะเวลา 9 เดือน) ไม่เกิน 9 เดือน | นอกลอนดอน | ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน + เงินค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นจำนวน 600 ปอนด์ เป็นเวลา 9 เดือน เกินกว่า 9 เดือน | นอกลอนดอน | ค่าเล่าเรียนสำหรับปีแรก + เงินค่าใช้จ่ายจำนวน 5,400 ปอนด์สำหรับการใช้จ่ายตลอดปีการศึกษาในสหราชอาณาจักร (ซึ่งมีระยะเวลา 9 เดือน)

นักศึกษาต่างชาติที่มีผู้สนับสนุนทางการเงิน หากคุณได้รับทุนการศึกษาหรือได้รับการสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบอื่น ๆ คุณควรยื่นจดหมายรับรองประกอบการยื่นขอวีซ่า จดหมายดังกล่าวจะต้องเป็นจดหมายอย่างเป็นทางการที่ใช้กระดาษหรือเครื่องเขียนที่มีหัวจดหมาย และมีตราประทับขององค์กรที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่คุณ เนื้อหาของจดหมายจะต้องประกอบด้วย • ชื่อของคุณ • ชื่อและที่อยู่ติดต่อขององค์กรที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่คุณ • วันที่ออกจดหมาย • ระยะเวลาในการสนับสนุนทางการเงิน • จำนวนเงินที่คุณมี หรือคำรับรองว่าองค์กรที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่คุณอย่างเป็นทางการจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่ทั้งหมดของคุณ คุณสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับเรียนต่อที่สหราชอาณาจักรได้จากหน้าค้นหาทุนการศึกษา (ใส่ลิงค์) คุณสามารถเรียนที่สหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลานานเท่าใด หากคุณเลือกเรียนระดับปริญญาหรือสูงกว่า คุณสามารถอยู่ในสหราชอาณาจักรได้ตลอดระยะเวลาที่เรียน และสามารถอยู่ต่อได้อีกไม่เกิน 4 เดือน หากหลักสูตรที่คุณเรียนเป็นหลักสูตรระดับต่ำกว่าปริญญา คุณจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี การเลือกหลักสูตรและสถาบันการศึกษาที่เหมาะสมก่อนที่จะเดินทางมาเรียนที่สหราชอาณาจักรเป็นเรื่องสำคัญ หากคุณเปลี่ยนใจเมื่อคุณเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรแล้ว คุณจะต้องมีจดหมายอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรให้เปลี่ยนหลักสูตร คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 357 ปอนด์หากหลักสูตรที่คุณเลือกใหม่มีระยะเวลาเรียนนานกว่าหลักสูตรปัจจุบันที่คุณได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหราชอาณาจักร คุณสามารถค้นหาหลักสูตรที่เหมาะกับคุณมากที่สุดได้จากหน้าค้นหาหลักสูตร

       

การเดินทางในสหราชอาณาจักร

‘การเดินทางในสหราชอาณาจักรนั้นมีอยู่หลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเดินทางมาถึง หรือมาถึงได้ระยะหนึ่งแล้ว ระบบขนส่งของสหราชอาณาจักรสามารถพาคุณไปได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรือหมู่บ้านเล็กๆ คุณสามารถเดินทางได้ทางรถไฟ รถโดยสารประจำทาง แท็กซี่ หรือจักรยาน พร้อมส่วนลดมากมายสำหรับนักเรียนต่างชาติ ‘

การเดินทางสำหรับนักเรียนต่างชาติในสหราชอาณาจักร คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางส่วนใหญ่ได้ด้วยรถไฟ หากคุณเพิ่งเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักร หรือคุณกำลังศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักร และต้องการเริ่มต้นสำรวจสถานที่ต่างๆ คุณสามารถเดินทางไปถึงที่หมายครั้งต่อไปได้ด้วยรถไฟ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนที่เส้นทางรถไฟในสหราชอาณาจักรได้ที่เว็บไซต์ http://www.nationalrail.co.uk/tocs_maps/maps/ ราคาบัตรโดยสารรถไฟนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรโดยสารที่ซื้อ บัตรโดยสารธรรมดานั้นเป็นได้แก่ บัตรเที่ยวเดียว ไป-กลับในวันเดียวกัน และไป-กลับแบบไม่ระบุวันกลับ วิธีประหยัดค่าบัตรโดยสารรถไฟที่ดีที่สุดคือวางแผนวันและเวลาเดินทางก่อน และซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้า คุณสามารถวางแผนการเดินทางและซื้อบัตรโดยสารรถไฟล่วงหน้า และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.thetrainline.com/buytickets/? หากคุณอายุระหว่าง 16 ถึง 25 ปี (หรือเป็นนักเรียนเต็มเวลา ไม่ว่าจะอายุเท่าใด) คุณสามารถประหยัดได้มากขึ้นด้วยการใช้บัตรรถไฟประเภท 16-25 ซึ่งราคา 20 ปอนด์ต่อปี พร้อมรับส่วนลด 1/3 สำหรับบัตรโดยสารรถไฟราคาปกติ หากคุณวางแผนที่จะเดินทางบ่อยครั้งในระหว่างที่กำลังศึกษาในสหราชอาณาจักร การซื้อบัตร 16-25 นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า คุณสามารถซื้อบัตร 16-25 นี้ได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งในสหราชอาณาจักร หรือสมัครออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.16-25railcard.co.uk การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางและรถโค้ช การเดินทางที่ราคาถูกที่สุดทางหนึ่งคือรถโดยสารประจำทาง ค่าโดยสารนั้นขึ้นอยู่กับระยะทาง ตามเมืองใหญ่ๆ จะมีรถโดยสารประจำทางผ่านมาทุกๆ 10 นาทีในช่วงชั่วโมงรีบเร่ง คุณสามารถซื้อบัตรโดยสารรถประจำทางได้จากพนักงานขับรถเมื่อขึ้นไปบนรถ ในลอนดอนคุณสามารถซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้าได้จากเครื่องจำหน่ายตามป้ายรถโดยสารประจำทางทั่วไป หากคุณต้องใช้บริการรถโดยสารประจำทางเป็นประจำ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ต่างๆ หรือเดินทางไปเรียน ซื้อบัตรโดยสารแบบรายสัปดาห์หรือรายเดือนจะช่วยประหยัดเงินได้ คุณสามารถเดินทางไปมาระหว่างเมืองต่างๆ ในสหราชอาณาจักรและในทวีปยุโรปด้วยรถโค้ช การเดินทางด้วยโค้ชนั้นใช้เวลานานกว่ารถไฟแต่ก็มีราคาถูกกว่า หากคุณอายุระหว่าง 16-26 ปี และนักเรียนแบบเต็มเวลา คุณสามารถซื้อบัตร Coachcard ของบริษัท National Express ซึ่งเป็นบริษัทรถประจำทางรายใหญ่ในสหราชอาณาจักร โดยเสียค่าธรรมเนียม 10 ปอนด์ต่อปี และให้ส่วนลดสูงสุดถึง 30% ในการซื้อบัตโดยสารรถโค้ชของบริษัท National Express ทุกเส้นทาง คุณสามารถสมัคร Coachcard ออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท National Express ที่ www.nationalexpress.com Citylink เป็นบริษัทที่ให้บริการโดยสารด้วยรถโค้ชรายใหญ่ในสก็อตแลนด์ มีเส้นทางเดินรถไปยังทุกส่วนของประเทศ นักเรียนที่ลงทะเบียนสมัครกับ Citylink จะได้รับส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ในการจองผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ของ Citylink ที่ www.citylink.co.uk แท็กซี่นั้นหาได้ง่ายตามเมืองใหญ่ๆ ทุกแห่งและเป็นทางเลือกที่สะดวก แท็กซี่ส่วนใหญ่มีมิเตอร์แต่แพงกว่ารถไฟและรถโดยสารประจำทางอยู่มาก มีเพียงบริษัท Hackney Carriages เท่านั้นที่มีรถแท็กซี่ให้เรียกตามท้องถนน ส่วนบริษัทบริการรถแท็กซี่อื่นๆ นั้นต้องจองล่วงหน้า คุณสามารถขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในสหราชอาณาจักรได้ หากว่าคุณมีใบขับขี่และมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายหากคุณชอบการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนแผนได้ตามต้องการ หรือเดินทางเป็นกลุ่มหลายๆ คน และราคาถูกกว่ารถไฟและรถโดยสารประจำทาง แต่ต้องระวังไว้ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหราชอาณาจักรนั้นราคาสูงมาก และหากคุณอายุต่ำว่า 25 ปี ประกันภัยสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นราคาแพงทีเดียว สำหรับรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการทำใบขับขี่ในสหราชอาณาจักร สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ของหน่วยงาน DVLA (Driver and Vehicle Licensing Agency) ที่ www.dvla.gov.uk การขี่จักรยาน คุณสามารถประหยัดและมีสุขภาพดีด้วยได้ด้วยการเดินทางโดยจักรยาน ภูเขาสูงต่ำในชนบทนั้นเหมาะกับการขี่จักรยานภูเขา และในหลายๆ เมืองมีช่องทางเดินรถจักรยานตามถนนสายหลัก การขี่จักรยานจึงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัว ในสหราชอาณาจักรไม่ได้บังคับให้ต้องสวมหมวกนิรภัยในการขี่จักรยาน แต่คุณก็ควรสวมหมวกเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง คุณสามารถหาร้านขายจักรยานได้ตามเมืองส่วนใหญ่ ร้านขายจักรยานมือสองเป็นทางเลือกที่ราคาย่อมเยาว์กว่ามาก และคุณสามารถหาโฆษณาประกาศขายจักรยานตามหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือกระดานข่าวตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายหนังสือพิมพ์ หรือที่สถาบันการศึกษาของคุณ

 

 

บัญชีธนาคารสำหรับนักเรียนต่างชาติ 

‘การเปิดบัญชีธนาคารทำให้การจัดการการเงินขณะศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรง่ายขึ้น หลายธนาคารมีบริการต่างๆ ที่เหมาะนักเรียนต่างชาติ และมีทีปรึกษาด้านการเงินคอยให้คำแนะนำเรื่องจัดการบัญชีของคุณ’ 

หากคุณต้องศึกษาต่อในสหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลาหนึ่ง คุณจำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคาร และควรจะเปิดบัญชีธนาคารโดยเร็วที่สุดหลังจากที่คุณไปถึงสหราชอาณาจักร สาขาที่ดีที่สุดคือสาขาที่อยู่ในวิทยาเขตหรือใกล้ๆ สถาบันการศึกษาของคุณ ธนาคารหลายแห่งมีบริการการเงินต่างๆ สำหรับนักเรียนโดยเฉพาะและมีผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินที่จะช่วยคุณจัดการกับบัญชีธนาคารของคุณ เอกสารที่จำเป็นในการเปิดบัญชีธนาคารสำหรับนักเรียนต่างชาติได้แก่ – หนังสือเดินทาง – จดหมายตอบรับให้เข้าเรียน – หลักฐานรับรองที่อยู่ทั้งในประเทศไทยและในอังกฤษ – หลักฐานการเงินจากธนาคารในประเทศไทย ธนาคารส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 16.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ธนาคารบางแห่งเปิดทำการในเช้าวันเสาร์ หากคุณมีบัตรเอทีเอ็มคุณสามารถถอนเงินได้ที่เครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้ตลอด 24 ชั่วโมง ธนาคารหลายแห่งมีบริการทำธุรกรรมออนไลน์ซึ่งคุณสามารถใช้บริการได้ สอบถามวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยของคุณว่าจะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ทางใดบ้าง คุณจะได้ทราบว่าคุณต้องการบริการของธนาคารแบบไหนบ้าง คุณควรจะติดต่อกับธนาคารในประเทศไทยเพื่อสอบถามเกี่ยวกับ – การโอนเงินไปสหราชอาณาจักร – การมีบัญชีธนาคารในสหราชอาณาจักร – ธนาคารในประเทศไทยที่คุณมีบัญชีอยู่นั้นมีความร่วมมือกับธนาคารใดในสหราชอาณาจักรบ้าง – คุณสามารถใช้บัตรเอทีเอ็มของธนาคารของคุณในประเทศไทยกับเครื่องถอนเงินด่วนในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่ การจัดการบัญชีธนาคารของคุณ เป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่ใช้จ่ายเกินเงินในบัญชี เพราะทางธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมหากคุณถอนเงินเกินกว่าเงินที่มี หากคุณคิดว่าคุณต้องการเงินมากกว่าที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร ให้คุยกับที่ปรึกษาด้านการเงินนักเรียนที่ธนาคารเจ้าของบัญชีให้จัดการเกี่ยวกับเรื่องการเบิกเงินเกินบัญชี คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการการเงินได้ที่เว็บไซต์ของ FSA (Financial Services Authority) ที่ www.moneymadeclear.fsa.gov.uk 

 

การติดต่อกลับบทางบ้าน 

‘ขณะที่ศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร คุณสามารถติดต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัวที่ประเทศของคุณได้อย่างง่ายๆ คุณสามารถหาอัตราค่าโทรศัพท์ทางไกลจากสหราชอาณาจักรได้ และบริการส่งพัสดุไปรษณียร์ระหว่างประเทศนั้นวางใจได้ สถาบันการศึกษา และห้องสมุด ร้านค้า และร้านกาแฟหลายๆ แห่งมีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่คุณสามารถเชื่อมต่อได้ ‘ 

โทรศัพท์ทางไกลจากโทรศัพท์มือถือในสหราชอาณาจักร วิธีที่ถูกที่สุดในการโทรศัพท์ทางไกลจากสหราชอาณาจักรก็คือโทรศัพท์มือถือ แพ็ตเกจหลายอันที่เสนอส่วนลดให้กับการโทรศัพท์ทางไกล และคุณสามารถหาข้อเสนอสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะ แพ็คเกจโทรศัพท์มือถือโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น

– แบบจ่ายรายเดือน คุณจะเซ็นสัญญากับบริษัทให้บริการเครือข่ายมือถือและตกลงว่าจะใช้บริการของเครือข่ายนั้นๆ เป็นระยะเวลาตามที่ตกลงกันไว้เป็นอย่างน้อย คุณจะได้เลือกรับเครื่องโทรศัพท์มือถือฟรี หรือจ่ายเงิน รวมไปถึงแพ็คเกจจำนวนนาทีที่สามารถโทรฟรี ส่งข้อความและข้อความพร้อมวิดีโอ ได้ฟรีในแต่ละเดือน

– แบบจ่ายเงินล่วงหน้า คุณจะเซ็นสัญญาการใช้บริการกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์และจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับค่าใช้บริการ 12 เดือนซึ่งอัตราค่าโทรจะถูกกว่าแบบรายเดือน และหากคุณโทรออกเกินกว่าค่าโทรที่ตกลงกันไว้ บริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าโทรส่วนที่เกินนั้น

– แบบเติมเงิน คุณจะเติมเงินสำหรับโทรออกได้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเติมผ่านเครือข่ายโดยตรงหรือโดยการซื้อบัตรเติมเงิน จากนั้นคุณก็จะสามารถโทรออกได้จนกว่าจำนวนเงินที่เติมไว้จะหมดลง แล้วก็จะต้องเติมเงินใหม่ การใช้บริการแบบนี้ไม่ต้องเซ็นสัญญาและไม่ต้องมีการเรียกเก็บเงินใดๆ คุณสามารถเปรียบเทียบราคาและค่าบริการโทรศัพท์มือถือได้ที่เว็บไซต์ต่างๆ เช่น Money Supermarket

อัตราค่าโทรศัพท์ทางไกลจากสหราชอาณาจักร คุณสามารถประหยัดค่าโทรทางไกลระหว่างประเทศได้โดยการใช้โทรศัพท์บ้าน โทรระหว่างเวลาหกโมงเย็นถึงแปดโมงเช้า และระหว่างเที่ยงคืนวันศุกร์ไปจนถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ จะได้อัตราค่าโทรที่ถูกกว่า ค่าโทรภายในสหราชอาณาจักรก็ถูกกว่าเช่นกันในช่วงเวลาดังกล่าว หากคุณโทรทางไกลระหว่างประเทศบ่อยๆ คุณสามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศได้ หรือบัตรโทรศัพท์ที่เป็นระบบหักบัญชี อัตราค่าโทรศัพท์ของบัตรแต่ละใบนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเปรียบเทียบราคาให้ดี โทรศัพท์ทางไกลโดยใช้บัตรโทรศัพท์อาจจะราคาถูกกว่าใช้การใช้โทรศัพท์บ้านธรรมดา อีกหนึ่งทางเลือกในการโทรศัพท์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์บ้านและมือถือ คือ โปรแกรม Skype คุณสามารถใช้โปรแกรม Skype ส่งภาพและส่ง ส่งข้อความ และไฟล์ให้กับผู้ใช้ Skype ด้วยกัน คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนใช้งานโปรแกรม Skype ได้ที่เว็บไซต์ www.skype.com บริการไปรษณีย์ หากคุณชอบเขียนจดหมายส่งกลับบ้านมากกว่า หรือต้องการส่งของขวัญไปให้ครอบครัวและเพื่อนฝูง คุณสามารถใช้บริการที่ที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.30 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 12.30 น. ในวันเสาร์ นอกจากนี้คุณยังหาซื้อแสตมป์ตามที่คุณต้องการได้ที่ร้านขายหนังสือพิมพ์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และซื้อจากเครื่องหยอดเหรียญได้ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่งจดหมายและพัสดุจากสหราชอาณาจักรได้ที่เว็บไซต์ Royal Mail website ที่ www.royalmail.com

บริการอินเตอร์เน็ตสำหรับนักเรียนต่างชาติ ในสหราชอาณาจักรการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นที่แพร่หลายมาก วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีอินเตอร์เน็ตและอีเมล์ให้นักเรียนใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ห้องพักในหอพักนักเรียนของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยเสียค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงไว้สำหรับทั้ภาคเรียนหรือทั้งปีการศึกษา ในช่วงที่คุณศึกษาอยู่ที่สหราชอาณาจักร คุณก็จะพบว่ามีร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เปิดให้บริการมากมายตามถนนสายสำคัญๆ ซึ่งคุณจะเสียค่าบริการสำหรับใช้อินเตอร์เน็ตเป็นรายชั่วโมง และหากคุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ้ค คุณก็สามารถต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้ตามร้านกาแฟและสถานที่สาธารณะ รถไฟบางขบวนยังมีบริการอินเตอร์เน็ตให้โดยคิดค่าบริการไม่แพง 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก British Council ประเทศไทย

 

Powered by Facebook Comments free add-on for most feature packed social sharing plugin for WordPress Easy Social Share Buttons

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com

Send this to a friend