เรียนต่อ Darwin

45

เรียนต่อ Darwin ออสเตรเลีย

เมืองดาร์วิน Darwin เป็นเมืองหลวงของดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ประเทศออสเตรเลีย เมืองดาร์วินนั้นเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองของธุรกิจต่างๆ ดาร์วินอาจเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของออสเตรเลียในแง่ของจำนวนประชากร แต่มีเหตุผลมากมายที่ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ

5 เหตุผลที่ควรศึกษาในดาร์วิน 

  1. ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับโลก

โรงเรียนมัธยมของรัฐบาลและเอกชนหลายแห่งเปิดสอนหน่วยภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดพร้อมกับวิชาเลือกต่างๆเพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัย Charles Darwin (CDU) หรือเส้นทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาอื่น ๆ ในออสเตรเลีย คุณยังสามารถลงทะเบียนเรียนในหลักสูตร ELICOS และ VET ได้ที่สถาบันต่างๆทั่วเมืองดาร์วินเพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาและงานของคุณหรือเรียนที่วิทยาเขต Waterfront, Casuarina หรือ Palmerston ของ CDU เพื่อรับปริญญา

  1. ชุมชนที่ยินดีต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

ดาร์วินเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยมีผู้อยู่อาศัยราว 30% ที่เกิดในต่างประเทศและเป็นประชากรพื้นเมืองที่เข้มแข็งทำให้ที่นี่เป็นทางเลือกที่หลากหลายสำหรับนักศึกษาต่างชาติ มีกลุ่มและองค์กรหลายสิบแห่งที่คุณสามารถสร้างเครือข่ายได้โดยหลายกลุ่มมารวมตัวกันที่ Darwin Waterfront Harmony Soiree ในเดือนพฤษภาคมเพื่อเฉลิมฉลองความร่ำรวยทางวัฒนธรรมของ Northern Territory (NT)

โฮมสเตย์ของนักเรียนผ่านเครือข่ายโฮมสเตย์ของออสเตรเลียยังสามารถเชื่อมโยงคุณกับครอบครัวอุปถัมภ์ที่จะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นสู่ออสเตรเลียสอนคุณเกี่ยวกับประเพณีท้องถิ่นและช่วยให้คุณตั้งถิ่นฐานในขณะที่คุณเริ่มเรียนในดาร์วิน

  1. การมีขนาดเล็กมีข้อดี

ในขณะที่เมลเบิร์นและซิดนีย์ดึงดูดนักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่มาที่ออสเตรเลียการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ในเมืองเล็ก ๆ อย่างดาร์วินมีประโยชน์มากมาย

การมีคนน้อยในชั้นเรียนหมายความว่าครูและผู้สอนสามารถนำเสนอสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนับสนุนมากขึ้นและมุ่งเน้นไปที่ความต้องการส่วนบุคคลของนักเรียน เมืองนี้ค่อนข้างกะทัดรัดดังนั้นจึงง่ายต่อการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยระบบขนส่งสาธารณะจักรยานหรือเดินเท้า โอกาสในการจ้างงานก็สูงเช่นกัน การหางานพาร์ทไทม์ในขณะที่คุณเรียนและเพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคตเป็นข้อดีสองประการของการเรียนในดาร์วิน

  1. เต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องทำ

เอ็นทีเป็นบ้านของสัตว์ป่าที่น่าตื่นตาตื่นใจและในดาร์วินที่คุณสามารถมาใบหน้าเพื่อใบหน้ากับจระเข้ที่Crocosaurus Cove นอกจากนี้ยังมีสถานที่ว่ายน้ำและคลายร้อนมากมายเช่น Wave Lagoon บน Darwin Waterfront และ Howard Springs Reserve ที่มีเต่าวอลลาบีและนกพื้นเมืองอาศัยอยู่รอบ ๆ หินพูล กิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ Deckchair Cinema ซึ่งให้บริการภาพยนตร์กลางแจ้งฟรีระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม Greek Glenti ในเดือนมิถุนายนและตลาดประจำสัปดาห์ที่ Nightcliff, Mindil Beach และ Parap ตรวจสอบเว็บไซต์Off the Leashเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในดาร์วิน

  1. คุณจะไม่พบเมืองอื่นในออสเตรเลียเช่นดาร์วิน

Top End มีการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของชนบทห่างไกลชายหาดและภูมิทัศน์ในเมือง คุณสามารถเรียนที่วิทยาเขต Casuarina ของ CDU ใกล้ชายหาดในวันหนึ่งและเดินป่าผ่านอุทยานแห่งชาติ Kakadu ในวันรุ่งขึ้น ในดาร์วินคุณจะไม่ถูกล้อมรอบด้วยตึกสูงระฟ้าก็อบอุ่นตลอดทั้งปี (อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 + ° C) และคุณจะได้อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย“ เมืองหลวงที่อายุน้อยที่สุด ”

เมืองแห่งกิจกรรมผจญภัยเอ้าท์ดอร์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ดาร์วินนับเป็นสวรรค์ของนักผจญภัย เพราะนอกจากจะมีท่าเรืออันเก่าแก่ที่สวยงามที่เต็มไปด้วยเรื่องราวตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ยังมีไลฟ์สไตล์แบบทรอปิคัลที่น่าสนใจ ทั้งวัฒนธรรม และแรงบัลดาลใจจากขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่นี่คุณสามารถทำกิจกรรมได้ทุกอย่างตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาที่แมรี่ ริเวอร์ เวทแลนด์ (Mary River Wetlands) หรือล่องเรือ และตื่นตะลึงไปกับน้ำตกและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ หรือขับรถโฟร์วีลเพื่อชื่มชมวิวทิวทัศน์ของพฤกษชาติที่สวยงามที่สุดในโลก อีกทั้งเดินท่องในอุทยานแห่งชาติลิชฟิลด์ (Litchfield National Park) และรับประทานอาหารอย่างราชาที่ฮานูมัน (Hanuman) พีวีส์ (Pee Wee’s) ชาร์ เรสเตอรองค์ (Char Restaurant) และอิล ลิโด้ วอเตอร์ฟร้อนท์ คิทเช่น (Il Lido Waterfront Kitchen) เป็นต้น

ภูมิอากาศ
มีเพียงแค่สภาพอากาศ 2 ลักษณะเท่านั้นที่ควรทราบเมื่อมาเยื่อนดาร์วิน คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งจะมีระดับความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ 80% และมีมรสุม อุณหภูมิจะอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส (77 องศาฟาเรนไฮต์) ถึง 33 องศาเซลเซียส (91 องศาฟาเรนไฮต์) ส่วนฤดูแล้ง จะอยู่ในเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม โดยจะมีอากาศอบอุ่น แห้ง กลางวันท้องฟ้าจะสดใส และหนาวเย็นในเวลากลางคืน อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 21 องศาเซลเซียส (70 องศาฟาเรนไฮต์) ถึง 32 องศาเซลเซียส (90 องศาฟาเรนไฮต์) โดยมีระดับความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ 60% และ 65% ฉะนั้นช่วงเวลาที่ดีในการมาเยือนดาร์วินคือช่วงฤดูแล้ง เพราะจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามอย่างที่เราแนะนำ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ผจญภัยในพื้นที่อันห่างไกลที่ในช่วงฤดูมรสุมไม่สามารถทำได้

กิจกรรมที่น่าสนใจ
เพลิดเพลินที่ตลาดนัด

ทุกๆ วันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือนเมษายนไปจนถึงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม (5 โมงเย็น – 4 ทุ่มในวันพฤหัสบดี และ 4 โมงเย็น – 3 ทุ่ม ในวันอาทิตย์) คือที่ที่ชาวดาร์วินและนักท่องเที่ยวจะได้มาเดินเล่นกันที่ตลาดมินดิล (Mindil Markets) opens in new windowบนชายหาดมินดิล (Mindil Beach) ซึ่งจะจำหน่ายทั้งโต๊ะ เก้าอี้ พรม รวมทั้งสินค้าของชาวเอสกิโม โดยมีดาวเด่นเป็นอาหารหลากสไตล์ทั้งไทย อินเดีย ศรีลังกา จีน มาเลเซีย บราซิล กรีก โปรตุเกส และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีบริการนวด ร้านจำหน่ายเครื่องประดับแบบแฮนด์เมด ยาแผนโบราณธรรมชาติ หรือเพียงเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศโดยรอบตลาดสนุกได้เช่นกัน

ขับรถเที่ยว

ลองหาเวลาว่างและท่องเที่ยวไปตามเส้นทางอันเต็มไปด้วยทัศนียภาพี่สวยงาม ด้วยการขับรถจากเมืองดาร์วินไปยังเมืองแคทเธอรีน (Katherine) ตามเส้นทางที่ผ่านอุทยานแห่งชาติคาคาดู เรื่อยไปยังเนเจอร์ เวย์ (Nature’s Way) ซึ่งมีระยะทางประมาณ 550 กิโลเมตร ที่สามารถเลือกการเดินทางได้ทั้งแบบเที่ยวเดียว หรือแบบวนกลับไปยังกลับไปยังดาร์วินก็ดีเช่นกัน แต่ควรมีเวลาประมาณซัก 7 วันขึ้นไป เพื่อจะได้มีเวลาเล่นน้ำตกและสระหินที่อุทยานแห่งชาติลิชฟิลด์ ล่องเรือแคนูที่แม่น้ำแคทเธอรีน และสำรวจศิลปะหินโบราณดั้งเดิมที่คาคาดู ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปได้ที่ travelnt.com

สนุกไปกับภาพยนตร์

โรงภาพยนตร์แบบกลางแจ้งหรือเดคแชร์ ซีนิม่า (Deckchair Cinema) opens in new window โดยดาร์วินฟิลม์โซไซตี้ (Darwin Flim Society) เปิดให้บริการทุกคืนในเดือนเมษายนไปจนถึงพฤศจิกายน ที่ที่ให้คุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องล่าสุดท่ามกลางวิวทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามบนเก้าอี้ผ้าใบหรือเก้าอี้หลังตรงแสนสบาย นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ต่างประเทศสุดคลาสสิคให้ชมอีกด้วย พร้อมบริการเครื่องดื่มจำหน่ายทั้งไวน์ เบียร์ ซอฟ์ทดริ้งค์ อาหารขบเคี้ยว และอาหารร้อนต่างๆ หรือจะนำอาหารสำหรับการปิกนิกมารับประทานเองก็ได้ แต่ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เท่านั้นที่ห้ามนำเข้ามา

ชมสัตว์เลื้อยคลาน

สัตว์เลื้อยคลานและจระเข้น้ำเค็มของออสเตรเลียที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นได้ถูกตั้งโชว์ไว้ที่ คร็อคโคซอรัส โคฟ (Crocosaurus Cove) opens in new window ซึ่งสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ถูกพบในดินแดนเหนือสุดของออสเตรเลีย ที่นี่คุณสามารถว่ายน้ำคู่ไปกับจระเข้ (ที่รับรองว่าปลอดภัย ท่ามกลางพื้นที่ปิดส่วนตัว) หรืออุ้มลูกจระเข้ อีกทั้งชมเต่าสถานอนุบาลเต่าทะเล และอควาเรียม โดยไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่ “กรงแห่งความตาย” (Cage of Death) ซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวในออสเตรเลียที่เปิดให้คุณได้ดำน้ำกับจระเข้ขนาด 5 เมตร

ชมเมืองดาร์วินจากมุมสูง

วิธีที่รวดเร็ว แต่สะดวกสบาย และน่าทึ่งที่สุดในการเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติคาคาดู (Kakadu National Park) อาร์นเฮม แลนด์ (Arnhem Land) แม่น้ำแอดิเลด (Adelaide River) และแม่น้ำแมรี่ (Mary River) คือการจองเที่ยวบินเพื่อชมทัศนียภาพจากเมืองดาร์วิน ซึ่งคุณจะได้ชมทัศนียภาพของพืชพรรณต่างๆ พื้นที่ชุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ และแม่น้ำลำคลองต่างๆ ที่ล้อมรอบเมืองดาร์วินในมุมที่แตกต่าง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ travelnt.com

การเดินทางภายในเมือง
รถบัส Buslink opens in new window (โทร: +61 (8) 8947 0577) รถบัส Coach Charters Australia opens in new window (โทร: +61 (8) 8988 1447) รถบัส Grand Touring Coach opens in new window (โทร: 1800 444 149) และรถ Greyhound Charters opens in new window สำหรับการเดินทางในทุกจุดหมายของออสเตรเลีย (โทร: 1800 801 294) สำหรับบริการเช่ารถส่วนตัวและระบบการขนส่งอื่นๆ สามารถค้นหาได้ที่ darwinairport.com.au/to-from-airport

ข้อมูลสนามบิน
สู่ใจกลางเมือง 13 กิโลเมตร
ใช้ระยะเวลา 15 นาที
แท็กซี่ราคาประมาณ A$30
ซัตเตอร์บัส รองรับทุกเที่ยวบิน หนึ่งเที่ยว A$16 (ผู้ใหญ่) A$8 (เด็กอายุ 4-12 ปี) ไป-กลับ A$29 (ผู้ใหญ่) A$14 (เด็ก) มีส่วนลดสำหรับผู้โดยสารสำหรับสองคนหรือมากกว่า

รถซัตเตอร์บัสสนามบิน มีตารางการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับทุกเที่ยวบินทั้งทั้งในและต่างประเทศ โดยมีจุดจอดรับส่งที่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร แต่สำหรับรถรับส่งของโรงแรมจะต้องโทรจองล่วงหน้าสนามบินนานาชาติดาร์วินตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองดาร์วิน 13 กิโลเมตร (8.1 ไมล์) ในย่านชานเมืองเขตมาร์ราร่า (Marrara) ซึ่งค่าแท็กซี่จากสนามบินไปยังใจกลางเมืองจะอยู่ที่ราคาประมาณ A$30 (ไม่รวมค่าธรรมเนียมแท็กซี่ออกจากสนามบินอีก A$3)การจอดรถที่สนามบิน : ราคา A$3-$20 (30 นาที – 24 ชั่วโมง)

ค่าแรง

  • Current minimum wage $18.29 an hour, or $694.90 a week
  • From July 1 it will rise to $18.93 an hour, or $719.20 a week
  • Increase of 3.5 pc amounts to an extra $24.30 a week
line
add line สอบถามเรียนต่อต่างประเทศ

Powered by Facebook Comments free add-on for most feature packed social sharing plugin for WordPress Easy Social Share Buttons

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com
error: Content is protected !!

Send this to a friend